ระบำกลางบ้าน บ้านวังพระธาตุ นครไตรตรึงษ์

          เพลงพื้นบ้านของไทยมีเป็นจำนวนมาก เป็นมรดกทางวัฒนธรรม ที่กำลังจะสูญหายไปจากสังคมไทยถ้าเราไม่ร่วมกันส่งเสริมและอนุรักษ์ ไว้ เราอาจไม่ได้ยินเพลงพื้นบ้านไทยกันอีก ไม่นานถึงศตวรรษ …กว่าจะรู้ถึงคุณค่า ก็สายเกินไป….อาจแบ่งเพลงพื้นบ้านตามวัตถุประสงค์ ได้เป็นสามประเภท คือเพลงกล่อมเด็ก เพลงปฏิภาค และเพลงประกอบการเล่น
          ระบำกลางบ้านของวังพระธาตุ เป็นเพลงปฏิพากย์ คือเพลงที่ผู้หญิงและผู้ชายขับร้องโต้ตอบกันโดยใช้ปฏิภาณ ไหวพริบ ในการร้องแก้กัน การร้องมักเริ่มด้วยการที่ทั้งสองฝ่าย จะร้องบทไหว้ครู แล้วฝ่ายชายจะร้องเพลงเกริ่น แล้วเชิญฝ่ายหญิงมา เล่นเพลง ด้วย เมื่อฝ่ายหญิงเริ่มเล่นเพลงแล้วก็จะดำเนินความเป็นทำนองเกี้ยวพาราสี ชักหาพาหนี หรือสู่ขอ ต่อด้วยชิงชู้ จบลงด้วยการลาจากกัน
          เพลงปฏิพากย์ เกิดจากธรรมชาติของหนุ่มสาว และอุปนิสัยรักบทกลอนของคนไทย คือเมื่อหญิงสาวและชายหนุ่มมีโอกาสพบกันในเทศกาลต่างๆ นำไปสู่ความรัก เพลงระบำกลางบ้านที่ทรงคุณค่าของชาววังพระธาตุ จึงน่าสนใจที่สุด……….การโต้ตอบใช้ไหวพริบ โต้ตอบกันไม่มีการจำมาเป็นเนื้อร้อง ตัวอย่างที่ได้มาเป็นตอนหนึ่ง แห่งการโต้ตอบ ระหว่างชาย หญิง
สร้อย เออระเหยลอยมา หงส์เอยลอยมาลอยไป
ชาย     

ใครเป็นแม่ระบำ อย่ามาทำกระบวน ให้ยื่นหน้าลอยนวล เถิดนะแม่ชื่นหัวใจ

หญิง     

ฉันเป็นนักระบำ หรือก็ไม่มัวท้อ แม่ระบำเขามารอ ไม่ร่ำไร

ชาย     

พี่ได้ตั้งวงเข้าไว้คอยท่า อย่าให้วงพี่ลากลับไป

หญิง     

พอโดดเข้าวง น้องก็ส่งเสียงร้อง เสียงกลมเหมือนดังกลอง เอย ดังไกล

ชาย     

ตรุษสงกรานต์เป็นงานของหลวง ของหอมน้องหวง ไว้ให้ใคร

หญิง     

ตรุษสงกรานต์ เป็นงานของหลวง เชิญเถิดพ่อพวง เอย ..มาลัย

ชาย     

พี่บุกน้ำเพียงนม พี่บุกหล่มเพียงขา ความรักน้อง พี่ถึงได้มา เอยทางไกล..

หญิง     

แต่พอมาถึง เหมือนผึ้งจับพัก พี่จะมาชวนน้องรักเอยอย่างไร…..

ชาย     

พอเหลือบเห็นหน้า สายตาเป็นมัน จะไม่ให้รักกัน หรืออย่างไร…

หญิง     

พอเหลือบเห็นแวบ น้องก็ให้ชังกาย (ซ้ำ) ชังเข้าไปจับเอย..หัวใจ

ชาย     

พี่แบกรักมา พี่พารักร่อน พี่รีบรักตัวหล่อน ไม่รับรักพี่บ้างหรือไร

หญิง     

พี่แบกรักมา ให้พี่พารักกลับ เถอะนะ พ่อแหวนประดับเอยวงใน

ชาย     

น้องจะตัดกิเลส เหมือนพระเวสสันดร ยามหนาวน้องจะนอนกับใคร

หญิง     

น้องไม่ต้องทุกข์ พ่อคุณเอย ลั่นทม มีผ้าน้องก็ห่มเรื่อยไป…………

ชาย     

สาวๆบ้านพี่ เหมือนปลากระดี่ตกคลัก พี่ยังไม่นึกรัก คนไหน…

หญิง     

พี่อย่ามาขุดบ่อล่อน้ำ อย่าหลอกให้ปลา หลงตามติดตาย

ชาย     

ลูกเมียของพี่ไม่มี เดี๋ยวนี้พี่อยู่ เอกี่ เอยเปล่ากาย…….

หญิง     

เห็นนั่งเท้าแขน กระไรแอ่นเต้ (ซ้ำ) นั่นเมียหรือแม่ เล่าพี่ชาย…………………

ชาย     

…………………………………………………………….

หญิง     

…………………………………………………………….

          เพลงปฏิพากย์ ระบำกลางบ้าน ของชาววังพระธาตุ เป็นแหล่งบันทึก สภาพความเป็นอยู่ ทัศนคติ ค่านิยม และปฏิภาณ ไหวพริบ ของกลุ่มชนในวังพระธาตุ รวมทั้งสะท้อนให้เห็น ความเป็นคนเจ้าบทเจ้ากลอน ของคนไทยทุกคน เพลงปฏิพากย์ ส่วนใหญ่ บทโต้ตอบระหว่างชายหญิง มักจะหลีกเลี่ยงเรื่องหยาบโลนไม่พ้น โดยผู้ขับร้อง มักจะใช้ถ้อยคำ ที่มีความหมาย สองแง่สองมุม หรือใช้สัญลักษณ์จากสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่นยกขึ้นมาเปรียบเทียบ เพื่อให้ผู้ฟังเข้าใจโดยนัย ดังนั้นผู้ขับร้องและผู้ฟัง ต่างต้องใช้สติปัญญา ในการตีความด้วยกันทั้งสองฝ่าย เพลงปฏิพากย์ จึงเป็นการฝึกฝน เชาวน์ปัญญาของคนในท้องถิ่นด้วย
          น่าขอบคุณ ชาวบ้านวังพระธาตุ พ่อเพลงแม่เพลง โดยเฉพาะ แม่บุญแทน แสงอุทัย และพ่อวิรัตน์ รอดวงษ์ ที่กรุณา นำเสนอ ระบำกลางบ้านของชาววังพระธาตุ ไว้ให้คู่ กำแพงเพชรตลอดไป………..