ลิเกป่า

 

          การแสดงพื้นบ้านของชุมชนโบราณนครชุม มีหลายประเภท หมู่ 3 มีรำแม่ศรี รำโทน ระบำคล้องช้าง เพลงพวงมาลัย ดังได้นำเสนอไปแล้ว ……….หมู่ที่ 4 ตำบลนครชุม มีการแสดงพื้นบ้านที่น่าสนใจหลายชนิด ที่น่าสนใจมากคือ ลิเกป่า เป็นเพลงพื้นบ้านชนิดปฏิพากย์ คือการร้องรำแก้กันระหว่างชายหญิง มีบทร้องโต้ตอบกันที่น่าสนใจมาก นิยมเล่นกัน ในงานลงแขกเกี่ยวข้าว หรืองานในประเพณีบวชพระ เพื่อความสนุกสนาน ผู้สืบค้นคือ แม่แฉล้ม บุญสุข แม่สุวรรณ สังข์สุวรรณ แม่พวงเพ็ญ จิ๋วปัญญา ปัจจุบันมีการร้องเล่นในเทศกาลสำคัญเสมอ…
          ลักษณะคำประพันธ์ เป็นคำคล้องจอง ที่ใช้ปฏิภาณ ไหวพริบ ท่วงทำนองลีลา มีน้ำเสียงของลิเก ที่ร้องโต้ตอบกันอย่างไพเราะและกินใจ น่าสนใจมาก… ดังตัวอย่าง

ชาย   แม่คิ้วโก่งเหมือนวงฆ้อง พี่อยากได้นวลน้อง เข้ามาพาที แม่กลิ่นเอย กลิ่นธูป ที่เขาจุดฟังเทศน์ มาตัดสวาทขาดเด็ด ช่างไม่เหลียวหลัง ทำให้พี่หลงรอ เชียวนักแม่ช่อดอกรัง….
ลูกคู่ ..   โย้นๆจัง เขาไม่รักเราจริงก็ไปเสีย ดอกกระมัง ก็ไปเสียดอกกระมัง เอ้อ เออ เอ่อ เอ๊ย
หญิง   พ่อคิ้วโก่งเหมือนวงพระจันทร์ คิ้วน้องนี้ไม่ต้องกัน มันก็โก่งอยู่เอง พ่อผมแหวก
หว่าง หวี ทำให้น้องนี้วังเวง
ลูกคู่ ..   โย้นๆจัง เขาไม่รักเราจริงก็ไปเสีย ดอกกระมัง ก็ไปเสียดอกกระมัง เอ้อ เออ เอ่อ เอ๊ย
ชาย   พี่รักน้องมานาน ไม่รู้จะไปไหว้วานใครเขามาเป็นสื่อ พี่ก้มหน้าเขียนสาร จนชาวบ้านเขาลือ
ลูกคู่ ..   โย้นๆจัง เขาไม่รักเราจริงก็ไปเสีย ดอกกระมัง ก็ไปเสียดอกกระมัง เอ้อ เออ เอ่อ เอ๊ย
หญิง   อย่ามารักน้องเลย เดี๋ยวชาวบ้านเขาจะเย้ย เอานะพ่อปูก้ามเก จงถอยหลังลงรู เถิด นะพ่อปูทะเล
ลูกคู่ ..   โย้นๆจัง เขาไม่รักเราจริงก็ไปเสีย ดอกกระมัง ก็ไปเสียดอกกระมัง เอ้อ เออ เอ่อ เอ๊ย
ชาย   แม่ปลาปิ้งข้าวปั้น น้องอย่ามาทำป่วนปั่น ว่าพี่เกี้ยวไม่เป็น พี่เอามือเข้าไปแปะ น้องก็ป่ายมือปัด มือพี่ไม่กัดเนื้อน้อง น้องจะเว้าก็เว้า แม่นกกาเหว่าเสียงเย็น
ลูกคู่ ..   โย้นๆจัง เขาไม่รักเราจริงก็ไปเสีย ดอกกระมัง ก็ไปเสียดอกกระมัง เอ้อ เออ เอ่อ เอ๊ย
หญิง   พ่ออ้อยลำโอน ปล่อยให้ใครเขาโหน เอาเสียจนลำเอน ไม่กลัวแฟนๆพี่ว่า จะสู้ก้ม
หน้ารับเดน
ลูกคู่ ..   โย้นๆจัง เขาไม่รักเราจริงก็ไปเสีย ดอกกระมัง ก็ไปเสียดอกกระมัง เอ้อ เออ เอ่อ เอ๊ย
ชาย   แม่ทับทิม ริมตลิ่ง ขอให้พี่ตอนสักกิ่ง พี่จะเอาไว้ทำพันธุ์ ถ้าทับทิมไม่ตาย ลงคงไม่วายรักกัน
ลูกคู่ ..   โย้นๆจัง เขาไม่รักเราจริงก็ไปเสีย ดอกกระมัง ก็ไปเสียดอกกระมัง เอ้อ เออ เอ่อ เอ๊ย
หญิง   พ่อทับทิมริมสระ ให้พี่ไปบวชเป็นพระ ไปเถิดนะพี่ไป พี่อย่ามาหลงรักน้อง เดี๋ยวจะไม่ได้ครองผ้าไตร
ลูกคู่ ..   โย้นๆจัง เขาไม่รักเราจริงก็ไปเสีย ดอกกระมัง ก็ไปเสียดอกกระมัง เอ้อ เออ เอ่อ เอ๊ย
ชาย   อนิจจาแม่ยาใจ พี่มีความรักใคร่กับแม่ พอถึงวันดีพี่จะมาหมั้น พอถึงวันจันทร์พี่จะมาขอ ขอแม่แขนอ่อนท่อนจันทร์ ถ้ารักฉันน้องจงรอ..
ลูกคู่ ..   โย้นๆจัง เขาไม่รักเราจริงก็ไปเสีย ดอกกระมัง ก็ไปเสียดอกกระมัง เอ้อ เออ เอ่อ เอ๊ย
หญิง   พ่อ ร เรือ รุ่งริ่ง พ่อล ลิงจับหลัก พี่อย่าพะวงหลงรัก เลย นะพ่อร เรือรูปหล่อ พ่อร เรือหลุดหลัก ถึงมาบอกรักน้องก็ไม่รอ….
ลูกคู่ ..   โย้นๆจัง เขาไม่รักเราจริงก็ไปเสีย ดอกกระมัง ก็ไปเสียดอกกระมัง เอ้อ เออ เอ่อ เอ๊ย
ชาย   แม่ฝรั่งข้างรั้ว น้องจะสุกคาขั้ว เอาไว้คอยใคร น้องจะหล่นก็หล่น ขอให้พี่คนละใบ
ลูกคู่ ..   โย้นๆจัง เขาไม่รักเราจริงก็ไปเสีย ดอกกระมัง ก็ไปเสียดอกกระมัง เอ้อ เออ เอ่อ เอ๊ย
หญิง   พ่อฝรั่งข้างรั้ว น้องไม่สุกคาขั้ว เอาไว้คอยใคร รักน้องไม่หล่นไม่เล็ด แม่แต่เท่าเม็ดพริกไทย ..
ลูกคู่ ..   โย้นๆจัง เขาไม่รักเราจริงก็ไปเสีย ดอกกระมัง ก็ไปเสียดอกกระมัง เอ้อ เออ เอ่อ เอ๊ย


          ในบทที่ว่า แม่ปลาปิ้งข้าวปั้น จะเห็นว่า อาชีพหลักของประชาชน คือการหาปลา ปลูกข้าวเหนียว เพราะชาวนครชุมนั้น เป็นชาว เวียงจันทน์ คำประพันธ์ ชี้ให้เห็นที่มาของชาวนครชุมอย่างชัดเจน……..
          ค่านิยมเรื่องความรัก ….ผู้ชายมือไว ถือโอกาส จับต้องเนื้อตัวของผู้หญิงเสมอ ดังบทร้องที่ว่า พี่เอามือเข้าไปแปะน้องก็ป่ายมือปัด…
          เพลงลิเกป่ามีเนื้อร้องที่น่าสนใจฉายภาพภูมิปัญญาของกำแพงเพชรอย่างชัดเจนและแจ่มแจ้ง ถ้าพิจารณาที่ละบทละบาท ผู้อ่านผู้ฟังจะสามารถซึมซับ ประเพณีและวัฒนธรรม นครชุมได้อย่างลึกซึ้งและกินใจ……… เมื่อมีโอกาส ขอให้เปิดโอกาสให้ ประชาชนชาวนครชุมหมู่ที่ 4 ได้นำเสนอภูมิปัญญาของพวกเขา อย่างหลากหลาย เหมาะสมกับโอกาสการนำเสนอที่งดงาม……..อย่างหาที่เปรียบมิได้ ถ้ามีการพิจารณาที่ลึกซึ้ง….นี่แหละลิเกป่า ของศิลปินพื้นบ้านนครชุม………